ทำไมสีธรรมชาติถึงดูสวยเสมอ
ภาพวาดเดียวกัน ลงสีสองแบบ ทำไมสีดิน สีป่า สีฟ้าถึงดูสวย แต่สีจัด ๆ ปนกันกลับดูไม่มีรสนิยม และรสนิยมนี้เป็นมาตั้งแต่แรกจริงหรือ
ลองเปิดดูภาพวาดหุบเขาสองเวอร์ชันของศิลปิน Kaylee Young ที่ itskayleeyoung.com เวอร์ชันหนึ่งลงสีดินกับสีป่า อีกเวอร์ชันลงสีจัดทุกสี
เป็นภาพวาดเดียวกันเป๊ะ ต่างกันแค่สี แต่คนส่วนใหญ่มองแล้วบอกว่ารูปแรกสวยกว่า ส่วนรูปที่สองดูไม่สวย ไม่ค่อยมีรสนิยม
ทำไมกันนะ?
ทฤษฎีส่วนตัว: เพราะเราโหยหาธรรมชาติ
อันนี้เป็นทฤษฎีส่วนตัวของเรานะ เราคิดว่าเพราะคนเราโหยหาธรรมชาติ อะไรที่มีอยู่ในธรรมชาติอยู่แล้ว เราก็มักจะมองว่าสวย
ความคิดนี้ไปคล้ายกับแนวคิดที่ชื่อว่า biophilia ซึ่งนักชีววิทยา E. O. Wilson เสนอไว้ว่า มนุษย์มีสัญชาตญาณที่ทำให้รู้สึกผูกพันกับธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตอื่น1 เราแค่ลองเอาแนวคิดนี้มาใช้กับเรื่องสี
ลองดูคู่สีที่ใครเอาไปใช้ก็สวย อย่างน้ำตาลกับเขียว ก็คือดินกับป่า

ขาวกับฟ้า อย่างเครื่องลายคราม ก็คือก้อนเมฆกับท้องฟ้า


ส่วนเหลือง ส้ม แดง ม่วง ก็คือแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ไล่สีแบบนี้ ยังไงมันก็สวยงามเสมอ

แล้วสีจัด ๆ หลายสีปนกัน เราเจอที่ไหน?
แต่ภาพแบบเวอร์ชันที่สอง ที่มีสีจัด ๆ หลายสีปนกัน เราแทบไม่เคยเจอในธรรมชาติเลย (อาจจะยกเว้นสวนทิวลิป)
แล้วภาพหลากสีแบบนี้ เรามักเจอที่ไหน?
กองขยะ ที่มีพลาสติกหลากสีปนกัน

มันเลยอาจฝังลึกเข้าไปในจิตใต้สำนึกว่า สีแบบนี้ไม่สวย ไม่มีรสนิยม
แต่รสนิยมนี้ เป็นมาตั้งแต่แรกเลยหรือเปล่า?
เราว่าไม่
สีย้อมสังเคราะห์ตัวแรก เพิ่งถูกค้นพบเมื่อปี 1856 โดย William Henry Perkin และที่น่าสนใจคือมันเป็นสีม่วง ชื่อว่า mauveine2 ก่อนยุคสีสังเคราะห์ ตัวเลือกของสีมีจำกัดมาก ๆ ต้องสกัดจากพืช แร่ หรือสัตว์
คนสมัยก่อนเลยคลั่งสีสดกันมาก บางสีหายากจนสงวนไว้ให้ชนชั้นสูงใส่ได้เท่านั้น อย่างสีม่วง ที่ในยุคโบราณสกัดจากหอยทะเล และกลายเป็นสีของกษัตริย์และจักรพรรดิ3
ถ้าคนยุคนั้นได้เห็นกองขยะสีสันสดใสแบบนี้ อาจตะลึง แล้วมองว่าเป็นของล้ำค่าไปเลยก็ได้นะ
รูปปั้นหินขาว ๆ ที่จริงเคยมีสี
อีกตัวอย่างคือรูปปั้นสมัยกรีก โรมัน ที่เราคุ้นตาว่าเป็นหินอ่อนขาว ๆ พอนักวิจัยใช้เครื่องมือตรวจร่องรอยสีเดิมที่หลงเหลืออยู่ กลับพบว่าหลายชิ้นเคยถูกทาสีฉูดฉาดมาก4 ไม่ได้ตรงกับหลักการจับคู่สีของปัจจุบันเลยสักนิด
สรุปของเรา
สัญชาตญาณมนุษย์อาจมีผลต่อการตีความว่าสีไหนสวย แต่วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมรอบตัว ก็เปลี่ยนการรับรู้นี้ได้บางส่วนเหมือนกัน สีที่วันนี้เราว่าดูไม่มีรสนิยม เมื่อสองร้อยปีก่อนอาจเป็นของที่ทุกคนอยากได้
แล้วคุณคิดว่าความชอบสีของเรามาจากอะไรมากกว่ากัน สัญชาตญาณ หรือวัฒนธรรม?
Footnotes
-
Wilson, E. O. (1984). Biophilia. Cambridge, MA: Harvard University Press. ↩
-
Garfield, S. (2000). Mauve: How One Man Invented a Colour That Changed the World. London: Faber and Faber. ↩
-
Finlay, V. (2002). Colour: Travels Through the Paintbox. London: Sceptre. (บทว่าด้วยสีม่วง) ↩
-
Brinkmann, V., & Wünsche, R. (Eds.). (2007). Gods in Color: Painted Sculpture of Classical Antiquity. Munich: Stiftung Archäologie. (แคตตาล็อกนิทรรศการ) ↩